หนัง King Keaw หรือชื่อไทยว่า กิ่งแก้ว กิ่งแก้ว หญิงสาวที่มีอาการทางจิต เข้าไปเกี่ยวพันในคดีลักพาตัวและฆ่าเด็ก ซึ่งเธอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือแม้หลักฐานจะมัดตัวชัดเจน ศาลจึงตัดสินประหารชีวิต ทำให้กิ่งแก้วตายด้วยความอาฆาตแค้น หลังจากนั้นวิญญาณเฮี้ยนได้กลับมาหลอกหลอนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด คนในคุกและผู้สมรู้ร่วมคิดเริ่มตายหรือเสียสติ พร้อมเสียงย้ำว่า “ฉันไม่ผิด” เหม อดีตคนรักของกิ่งแก้ว และ มี้ ภรรยาใหม่ของเขา ต้องเข้าไปพัวพันกับอาถรรพ์และความจริงในอดีต พวกเขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรอดพ้นจากวิญญาณกิ่งแก้ว
King Keaw Khingkaew is a woman suffering from severe mental illness who becomes involved in a high-profile case of child abduction and murder.
Despite the overwhelming evidence against her, Khingkaew repeatedly insists on her innocence. The court ultimately sentences her to death, and she dies filled with rage, grief, and resentment.
After her execution, a series of terrifying events begins to unfold.
Khingkaew’s vengeful spirit returns, relentlessly haunting everyone connected to the case. Inmates and accomplices start dying or losing their sanity, while an eerie voice echoes throughout the prison “I am not guilty.”.Hem, Khingkaew’s former lover, and Mee, his new wife, find themselves trapped within the curse and the buried secrets of the past. As the supernatural terror escalates, they are forced to confront the truth behind the crime and the darkness that still lingers.
Their only hope of survival lies in uncovering what truly happened to Khingkaew — before her wrath consumes them all.
กิ่งแก้ว เป็นภาพยนตร์ไทยแนวจิตวิทยา–อาชญากรรมที่หยิบเอาแรงบันดาลใจจากคดีสะเทือนขวัญ มานำเสนอผ่านมุมมองที่หนักหน่วงและกดดันอารมณ์ผู้ชมตลอดทั้งเรื่อง หนังเล่าเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีปัญหาทางจิต เธอเข้าไปพัวพันกับคดีลักพาตัวและฆาตกรรมเด็ก แม้หลักฐานต่าง ๆ จะชี้ชัดว่าเธอคือผู้กระทำผิด แต่กิ่งแก้วยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองจนถึงวินาทีสุดท้าย
จุดเด่นของภาพยนตร์อยู่ที่ การแสดงของนักแสดงนำ ที่ถ่ายทอดความสับสน ความหวาดระแวง และสภาพจิตใจที่แตกร้าวออกมาได้อย่างน่าเชื่อ ทำให้ผู้ชมเกิดคำถามตลอดเวลาว่า “กิ่งแก้วเป็นฆาตกรจริงหรือไม่ หรือเธอเป็นเพียงเหยื่อของระบบและอาการป่วยทางจิต” หนังไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความด้วยตัวเอง
ในด้านบรรยากาศ หนังใช้โทนภาพหม่น อึดอัด และจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ บีบคั้น สร้างความรู้สึกกดดันและสิ้นหวัง ซึ่งสอดคล้องกับชะตากรรมของตัวละครหลักได้เป็นอย่างดี ดนตรีประกอบถูกใช้แบบพอดี ไม่หวือหวา แต่ช่วยเสริมอารมณ์หลอนและเศร้าได้อย่างมีพลัง
อย่างไรก็ตาม กิ่งแก้ว ไม่ใช่หนังที่ดูเพื่อความบันเทิงแบบสบาย ๆ เพราะเนื้อหาค่อนข้างหนักและสะเทือนใจ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเด็กและโทษประหารชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน หนังก็ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงความยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม การตัดสินคนจากหลักฐานภายนอก และการดูแลผู้ป่วยทางจิตในสังคมไทย
สรุป
กิ่งแก้ว เป็นภาพยนตร์ที่เข้มข้น หดหู่ และท้าทายความรู้สึก เหมาะกับผู้ชมที่ชอบหนังแนวจิตวิทยา ดราม่าอาชญากรรม และต้องการดูหนังที่มากกว่าความบันเทิง แต่คือการตั้งคำถามต่อศีลธรรมและความยุติธรรมในสังคม
เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์สยองขวัญที่น่าสนอกสนใจสำหรับส่งท้ายเดือนมกราคมจริง ๆ สำหรับ “กิ่งแก้ว” ผลงานกำกับของคุณเอกชัย ศรีวิชัย ที่ส่วนตัวเรานั้นขอบอกเลยว่า ไม่ได้ชมหนังผีไทยที่มีบรรยากาศชวนกดดันแบบนี้มานานแล้วกับเรื่องราวของนักโทษประหารหญิงโดยการยิงเป้าคนที่สองของประเทศไทย “กิ่งแก้ว ลอสูงเนิน” ซึ่งเรื่องราวจะไม่ได้เน้นไปที่รูปคดีอย่างละเอียดเท่าใดนัก เพราะอย่างที่บอกเลย มันคือ”ภาพยนตร์สยองขวัญ” ที่รังสรรค์ แต่งเติมเรื่องราวขึ้นมาใหม่ให้ได้อรรถรส ซึ่งตัวภาพยนตร์เองได้นักแสดงมากฝีมือมาร่วมแสดงกันมากมาย เช่น คุณทราย อินทิรา คุณกันต์ นภัทร คุณสายป่าน อภิญญา คุณพิมพ์ พิมพ์พรรณและอีกหลาย ๆ ท่าน รวมถึงผู้กำกับอย่างคุณเอกชัยเองก็ร่วมแสดงด้วยเช่นกัน
สิ่งที่อยากจะขอชมเป็นอย่างแรกเลยก็คืองานภาพ บรรยากาศของตัวภาพยนตร์นั้นสามารถทำออกมาได้ดูขลัง ดูมีความสยองขวัญชวนกดดันซึ่งเราไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับหนังผีไทยมาสักระยะแล้ว (ก็ส่วนมากเน้นไปทางตลกนี่นะ) ถือว่าทำออกมาได้สะใจพอสมควรเลยทั้งจังหวะจั้มสแกร์ จังหวะทิ้งบรรยากาศชวนหลอน กดดัน เล่นเอาสะดุ้งไปหลายรอบ ถึงแม้จะเดาทางได้ก็ตามแต่ก็อดไม่ได้จริง ๆ แถมการแสดงของคุณทราย อินทิรา (รับบทเป็น กิ่งแก้ว) บอกได้เลยว่าทรงพลังมาก ๆ ทั้งซีนอารมณ์ ทั้งซีนสยอง คุณทรายจัดให้เต็มที่ เรียกได้ว่าคุ้มค่ามากที่ได้ไปดูคุณทราย แต่!! ส่วนตัวว่าบทภาพยนตร์อย่างมีจุดที่ทำให้เรารู้สึกไม่อิน รู้สึกเอ๊ะ อยู่หลายจุด อาจจะขัด ๆ ใจไปสักนิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสความหลอนที่บรรจงรังสรรค์เอาไว้ในตัวหนังเลย
โดยรวมแล้วส่วนตัวว่าภาพยนตร์สยองขวัญ “กิ่งแก้ว” นั้น เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์สยองขวัญไทยที่ส่วนตัวรู้สึกว่าสามารถเสิร์ฟความสยองได้ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง (ที่จบพาร์ทเล่าเรื่องคดีความไปจนถึงประหารชีวิตแล้ว) แม้จะค่อย ๆ ดำเนินเรื่องไปอย่างช้า ๆ เล่าย้อนความสลับไปมา แต่ก็ยังคงมีบรรยากาศที่ค่อนข้างกดดัน แม้จะพยายามใส่มุกตลกเข้ามาบ้าง แต่มันกลับทำให้รู้สึกขัดมู้ดไปแทนเสียมากกว่า ซึ่งส่วนตัวคิดว่าส่วนนี้ไม่ต้องใส่มาก็ยังได้ แต่ใส่มาก็ได้แหละ เพราะโดยภาพรวมแล้วนั้นถือว่าทำออกมาได้ดีพอโอเคแหละสำหรับเรา
ความคิดเห็น (0)