ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ The Mummy กำกับโดย Lee Cronin เป็นการตีความเรื่องราวคลาสสิกในแบบที่แปลกประหลาด โดยเน้นไปที่ความสยองขวัญแนวการสิงสู่มากกว่าหนังสยองขวัญแบบดั้งเดิม
การวางพื้นฐานของหนังทำได้ดี มีองค์ประกอบทั่วไปที่เรามักเห็นในหนังสยองขวัญทุกเรื่อง แต่เนื้อเรื่องที่ดึงดูดใจ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรก ทำให้มันเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ
ในขณะที่ Evil Dead Rise ของ Cronin มีการยึดโยงกับตัวละครและเรื่องราวได้อย่างแน่นหนา แต่ The Mummy กลับหยิบยืมมาจากหนังสยองขวัญหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Evil Dead Rise ของเขาเอง, Hereditary และ The Exorcist
จุดเด่นที่สุดของหนังคือวิธีการนำเสนอฉากเลือดสาด มันน่าขยะแขยงและโหดเหี้ยม เต็มไปด้วยของเหลวน่าเกลียด ไส้พุง และเสียงแฉะที่ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งหลังเริ่มเสียจังหวะ และฉากไคลแม็กซ์กินเวลา 20 นาทีที่ไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ฉันหมดความสนใจ ตัวละครตื้นเขิน ประกอบกับความไม่สมเหตุสมผลของเนื้อเรื่องในหลายจุด การกำกับพอใช้ได้ แต่มุมกล้องและการตัดต่อรู้สึกสะดุดและไม่ลื่นไหลในหลายช่วง
สิ่งที่ชอบ — การตีความเรื่องราวอันเป็นสัญลักษณ์ในแบบใหม่, ฉากเลือดสาดสุดอลังการที่ทำให้คุณขยะแขยง, บรรยากาศน่าขนหัวลุกที่ต่อเนื่องตลอดเรื่อง
สิ่งที่ไม่ชอบ — 20 นาทีสุดท้ายน่าผิดหวัง, การแสดงของตัวละครและบทเขียนต่ำกว่ามาตรฐาน
โดยรวมแล้ว The Mummy เป็นหนังที่พอดูได้เพราะการตีความเรื่องราวอันเป็นสัญลักษณ์ในแบบที่แตกต่าง แต่ปรับความคาดหวังให้ต่ำลงไว้ก่อน เพราะมันอาจช่วยให้คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหวังมากนัก
คะแนนของฉัน : 6/10
ตามมาดูเรื่องนี้เพราะเห็นงานภาพในเทเลอร์ บวกกับชื่อเรื่องน่าสนใจเป็นอย่างมาก เดิมทีผมเป็นแฟน the mummy ตั้งแต่เด็กๆ (ยุคแบรดดอน) เรื่องนี้ใช้ชื่อเรื่องเดียวกันได้ มันน่าจะมีอะไรบ้างอย่างสิ แต่ที่งอกมาคือ ลี โครนิน ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก นึกว่าเป็นชื่อตัวละคร ตัวมัมมี่ พอดูจบถึงได้รู้ว่า อ่าวมันชื่อผู้กำกับ,เขียนบทนี่หว่า ถึงว่าคุ้นๆ คือถึงขั้นเอาชื่อตัวเองมันเคลมเป็นชื่อหนังเลย ต้องมั่นใจมั่นหน้ามากว่ามันดีจริง ซึ่งเออ แม่งก็ดีจริงๆแหละ ตอนดูจบมาไล่หาข้อมูล มันคือมัมมี่เดียวกันที่เป็นรีบูทแล้วตีความในแบบใหม่แบบลีโครนิน ซึ่งมันคนละอย่างกับยุค1999 ซึ่งต้องบอกว่าของลีโครนินยังเทียบไม่ได้ในความเป็นไอคอนิค แต่อันนั้นเขาเป็นหนังแนวผจญภัยฟอมยักษ์ ตัวละครมันแฟนซีและมีอะไรให้น่าจดจำมากมายและหนังดูง่าย หลายรส สนุก น่ากลัวด้วย ตลกด้วย แต่ของเรามันเป็นหนังสยองขวัญเพียวๆ สเกลเล็กกว่า แนวสยองขวัญบวกสืบสวนสอบสวน จริงจังเคร่งเครียด ส่วนตัวคิดว่าทำได้ดีมากๆ ไม่น่าเบื่อเลย ปกติดูหนังผีฝรั่งจะไม่กลัว อันนี้ก็ไม่น่ากลัว แต่มันชวนให้ติดตามแล้วก็รู้สึกอะไรบางอย่างไปกับตัวละครได้จริงๆ หนังสเกลเล็กนิดเดียวแต่เอาคนดูอยู่ เนื้อเรื่องก็มีความฉลาดแฝงให้สัมผัสได้ตลอดเช่น ตัวละครพ่อเป็นนักข่าว แม่เป็นพยาบาล ลูกก็ได้ได้รับความฉลาดมาจากพ่อแม่ หนังก็จะถ่ายทอดออกมาแบบเล็กๆน้อยๆเช่น เวลามีอะไรชอบกล ลูกก็จะไม่โง่ไปเลย แต่จะมีความซักไซ้แบบนักข่าวทั้งลูกสาวคนโตลูกสาวคนเล็ก ทำให้ดูไปแล้วไม่รู้สึกหงุดหงิดว่า แม่งพลาดง่ายจัง โง่จัง อะไรแบบนี้ เสียดายบทลูกชาย ตอนเด็กก็มีซีนให้โชว์ฉลาด แต่พอตอนโตไม่มีซีนเลย
ตัวหนังเนื้อเรื่อง ทำดีมากชอบ มีความเด็กถูกลักพาตัวแบบฉบับก่อนด้วย แตกต่างตรงความโหดนี่แหละ ต้องไปดู ด้านงานภาพ เสียดายไม่ได้ไปดูไอแม็ก แต่ต้องบอกว่า แค่จอทำดาภาพก็โคตรสวยแล้ว รู้สึกอยู่เรื่องนึงว่าตอนลูกกลับมาบ้านแล้ว แม่ดูเศร้าแต่ก็เศร้าไม่สุด ถ้าชีวิตจริงเห็นลูกสภาพนี้คงร้องไห้ไม่ไหวแล้วละ พ่อก็ดูแค้นต้องล้างแค้นแต่ก็ยังไม่สุด ยังไปได้อีกทั้งคู่ แต่ก็อย่างว่าเขาอาจจะไม่ได้อยากขายดราม่ามากเดี๋ยวกลบความสยอง มั้งนะ ตัวละครที่เป็นตัวร้ายก็ถือว่าทำดีมีเสน่ห์แต่ออกน้อย ตัวที่ชอบที่สุดคือตำรวจมุสลิมเปิดตัวมาใส่ฮิญาบใส่ ตอนหลังอย่างเท่ แอบอยากให้พาร์ทสืบสวนนานกว่านี้หน่อย แล้วก็บทสรุปของเรื่องที่ชอบมาก ทำมาเอาใจคนดูแหละ
แนะนำให้ไปดูจ้า
ความคิดเห็น (0)