ภาพยนตร์เรื่อง "The Death of Robin Hood" ผลงานดราม่า-แอ็กชันย้อนยุคกับเรื่องราวตำนานจอมโจรแห่งป่าเชอร์วูดในมุมมองที่ต่างออกไป โดยโฟกัสไปที่ช่วงบั้นปลายชีวิตของ โรบินฮู้ด วีรบุรุษนอกกฎหมายที่ร่วงโรยตามกาลเวลา เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากผ่านยุคสมัยอันรุ่งโรจน์มานาน โรบินฮู้ดในวัยชราที่ต้องแบกรับอะไรหลาย ๆ ได้ตัดสินใจแยกตัวออกจากโลกภายนอกเพื่อใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ทว่าโชคชะตากลับไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับการช่วยเหลือจากหญิงคนหนึ่ง พร้อมกับการปรากฏตัวของศัตรูเก่าที่ยังคงตามล่าตัวเขา ทำให้โรบินฮู้ดต้องรวบรวมเรี่ยวแรงขึ้นมาอีกครั้งเพื่อปกป้องคนที่เขารักและค้นหาการไถ่บาปในวาระสุดท้ายของชีวิต
ในส่วนของตัวภาพยนตร์เรื่องนี้งานกำกับภาพและการเลือกใช้โทนสีเน้นไปที่ความทะมึนของผืนป่าเชอร์วู้ด แต่ก็ไม่ได้มืดจนเสียอรรถรส ด้านการแสดงถือเป็นจุดแข็งที่สุดของเรื่องเลยโดยเฉพาะ ฮิวจ์ แจ็กแมน ในบทบาทโรบินฮู้ด ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลัง สมกับความสามารถทางด้านการแสดงของเจ้าตัว ฉากการต่อสู้ในเรื่องนี้ไม่ได้เน้นความรวดเร็วผาดโผน แต่เต็มไปด้วยความหนักหน่วง ทุลักทุเล สมจริงกับร่างกายของโรบินฮู้ดในช่วงวัยแบบนี้ ทั้งดนตรีประกอบที่คอยบีบอารมณ์ให้เราอยากเอาใจช่วยตาม นึกถึงตอนดู Logan เลย แต่ใดๆ หุ่นของฮิวจ์ก็คือไม่แผ่ว
โดยรวมแล้ว "The Death of Robin Hood" แม้ว่าโทนเรื่องที่เน้นความดราม่าเนิบช้าและความหม่นหมองตลอดทั้งเรื่อง และถึงเราจะคาดหวังฉากแอคชั่นมันส์ ๆ เพราะเห็นแค่โปสเตอร์ของฮิวจ์ แจ๊คแมนก็เถอะ แต่ก็ไม่ถือว่าน่าผิดหวังเท่าไรนะ ด้วยความที่ตัวบทพยายามนำเสนอถึงโรบินฮู้ดในอีกรูปแบบ อีกทั้งการแสดงแบบจัดเต็มของฮิวจ์ แจ๊คแมนก็สุดยอดมาตลอด สำหรับเรานับว่าเป็นอีกหนึ่งบทส่งท้ายตัวละครระดับตำนานอย่างโรบินฮู้ดที่เราค่อนข้างโอเคเลยแหละ
ความคิดเห็น (0)