หนังภาพยนตร์ The Thai Interpreter หรือในชื่อภาษาไทยว่า ล่าม หลังจากผ่านการหย่าร้างที่ยากลำบาก ลดาวัลย์ ล่ามชาวไทยในแคลิฟอร์เนีย พบความเข้มแข็งที่จะดำเนินอาชีพต่อไปด้วยความช่วยเหลือจากสเตฟานี เพื่อนร่วมงานที่เปี่ยมไปด้วยพลัง และนิโคลัส เพื่อนใหม่ที่คอยให้กำลังใจ ภาพยนตร์ติดตามเธอผ่านคดีความทางกฎหมายและการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเชื่อมโยงชีวิตของคนไทยสี่คนเข้าด้วยกัน ได้แก่ อนัญญา ผู้เผชิญกับการพิจารณาคดีพยายามฆ่า นุช ผู้ติดอยู่ในคดีค้ามนุษย์ ดารานี ผู้ต่อสู้กับโรคมะเร็ง และสมหมาย โค้ชมวยไทยผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรง เป็นภาพยนตร์ที่เข้มข้นและกินใจที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการสื่อสารในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิต
The Thai Interpreter Following a difficult divorce, Ladawan, a Thai interpreter in California, finds the strength to continue her career with the help of her vibrant colleague Stefani and a supportive new acquaintance, Nicholas. The film follows her through high-stakes legal and medical cases, weaving together the lives of four Thai individuals: Ananya, facing an attempted murder trial; Noot, caught in a trafficking case; Daranee, battling cancer; and Sommai, a Muay Thai coach surviving a tragic crash. It is an intense, heartfelt look at the vital role of communication in life’s most critical moments.
ก่อนอื่นเลยต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของทีมผู้สร้างและนักแสดงที่นำเสนอในเรื่องนี้ ให้ได้เห็นมุมมองและอาชีพที่เราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นหรือรับรู้การมีอยู่ แต่ว่าเป็นอาชีพที่มีความสำคัญ เป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร ถ้าไม่มีล่ามศาลก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่อาจจะต้องรับความผิดโดยที่อาจจะไม่ได้ทำอะไรผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์
โดยภาพรวมนั้นหนังมีความละครคุณธรรมสูงมาก โครงสร้างเรื่อง ตัวพล็อตนั้นไม่เลวนะ การดำเนินเรื่องก็ถือว่ามาตรฐาน แต่ตัวบทและวิธีการที่จะพาคนดูเดินไปกับหนัง มันยังไม่ค่อยเวิร์ค หนังพยายามจะให้เห็นความสำคัญของล่าม พยายามจะให้เห็นว่าล่ามมีประโยชน์ มีความผูกพันธ์กับสังคมมาก แต่วิธีการเล่ารวมๆมันดูฝืนไปนิด พอมาบวกกับเนื้อเรื่องที่มันเรียบมันเลยดูน่าเบื่อไป ยังไม่อิมแพคกับความรู้สึกเท่าไหร่ทั้งๆที่เดินมาได้ถูกทางแล้วนะ
ตัวแกนของเรื่องเขาเลือกแมสเสจออกมาได้ถูกต้องเลยคือ ล่ามคือหัวใจของการสื่อสารระหว่างผู้คน กับ นางเอกเป็นล่ามมีหน้าที่แค่แปลไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจหรือมีบทบาทกับเรื่องนั้น ทำให้เธอเกิดความรู้สึกบางอย่าง ซึ่งนี่มันโคตรถูกต้องเลย แต่มันถูกขยี้แบบยังไม่ถึงใจ อาจจะด้วยโปรดักชั่นด้วยอะไรด้วย พล๊อตมาถูกทางแต่พอขยี้ไม่ถูกที มันเลยยังห่างจากความเป็นซีนีมาติกพอสมควร
เรื่องการแสดงอีก อันนี้สำคัญ คือรู้สึกว่าตัวละครหลักเล่นเยอะเกินไป มันดูขาดๆล้นๆเกินไป คิดว่าอยู่ที่การกำกับด้วย เพราะถ้าเขาให้ผ่านแบบนี้ก็แปลว่าเขาอยากได้การแสดงแบบนี้ แต่สำหรับผม มันค่อนข้างขัดตาเป็นอย่างมาก กลายเป็นว่า ตัวละครทนายที่ไม่ใช่ตัวหลัก แบกทั้งเรื่องจริงๆ
และ อีกจุดที่คิดว่าพลาดที่สุดคือ หนังชื่อเรื่องว่า ล่าม แต่แทบทุกฉากที่ต้องมีการให้ล่ามแปล เขาเอาเสียงล่ามไปไว้เบาๆ แล้วเอาเสียงภาษาอังกฤษมาให้ฟังตลอดทุกฉาก สรุปเรื่อง ล่าม แต่เป็นมุมมองของคนอื่นหมด มันก็ยิ่งไม่อินหนะสิ
แต่ข้อดีคือต่อให้มันจะดันทุลังยังไง แต่ก็ยังมีความรู้สึกเอาใจช่วยตัวละครทุกตัว จนไปถึงฉากขึ้นศาลตอนสุดท้าย ก็ถือว่า พอได้อยู่
ความคิดเห็น (0)