หนังภาพยนตร์ INSIDIOUS: OUT OF THE FURTHER หรือในชื่อภาษาไทยว่า วิญญาณตามติด: หลุดจากนรก เจ็มมา แม่วัยสาวผู้เลี้ยงดูลูกสาวในบ้านที่เธอเติบโตมา เธอค้นพบว่าตัวเองสามารถเดินทางเข้าไปในโลกวิญญาณ ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งกลางระหว่างโลกคนเป็นและโลกคนตาย ที่สิงสถิตย์ของวิญญาณหลงทาง ที่อยู่ใจกลางของจักรวาล Insidious ในตอนที่พลังชั่วร้ายบางอย่างไล่ตามเธอ เจ็มมาก็ค้นพบความสามารถที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง เธอไม่ได้แค่เข้าไปในโลกวิญญาณ แต่เธอสามารถนำสิ่งที่อาศัยอยู่ที่นั่นกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้ด้วย เมื่อพวกปีศาจรับรู้ถึงพลังของเธอ โลกของเราก็กลายเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับพวกมัน
INSIDIOUS: OUT OF THE FURTHER Gemma, a young mother raising her daughter in the house she grew up in, discovers she can travel into The Further, where she possesses an ability to bring what lives there back to the real world.
ความพยายามในการสร้างความแปลกใหม่ที่ยังคงติดอยู่ในกรอบเดิมๆ ของแฟรนไชส์ที่เริ่มหมดไฟ
ปัญหาใหญ่ที่สุดของ Insidious: Out of the Further คือการที่ดินแดน The Further ไม่ได้รู้สึก "ไกลตัว" อีกต่อไปแล้ว เจมมาเข้าๆ ออกๆ สถานที่นั้นบ่อยเสียจน ผ่านไปสักพัก มันกลับรู้สึกเหมือนเป็นแค่ห้องอีกห้องหนึ่งภายในบ้านเท่านั้น
ตัวหนังยังพอมีไอเดียดีๆ อยู่บ้าง โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง "ผู้ส่งสาร" (The Messenger) รวมถึงฉากเด็ดสองฉากอย่างป้อมหมอนและห้องตรวจฟัน ซึ่งเจคอบ เชส ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขารู้วิธีสร้างฉากสยองขวัญสั้นๆ ที่มีประสิทธิภาพ เพียงแต่ปัญหาคือการทำให้ส่วนที่เหลือของเรื่องทำงานได้ดีเช่นเดียวกัน
ท่ามกลางกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ตัวละครหน้าเดิมที่วนกลับมา ลัทธิประหลาด ปมแค้นในครอบครัว การที่เอลิสต้องคอยอธิบายทุกอย่างตามแต่ที่บทต้องการ และตัวร้ายที่ยิ่งปรากฏตัวมากเท่าไรก็ยิ่งน่ากลัวน้อยลงเท่านั้น หนังเรื่องนี้พยายามจะปฏิรูปแฟรนไชส์ใหม่ แต่ก็ไม่เคยหนีพ้นจากสูตรสำเร็จเดิมๆ ได้เลย
บางที Insidious อาจจะยังมีอนาคตอยู่ใน The Further ก็ได้ เพียงแต่ต้องเลิกแวะไปที่นั่นทุกๆ ห้านาทีเพื่อคอยเตือนความจำเราเสียที
เป็นอีกภาพยนตร์สยองขวัญแฟรนไชส์ใหญ่ที่น่าจับตามองอย่าง Insidious Out of the Further กับเรื่องราวของ เจมม่า หญิงสาวที่มีพลังสามารถถอดจิตไปยังปรโลกได้ซึ่งได้รับสืบทอดมาจากแม่ของเธอ เหมือนกับจอร์ชและดัลตันทว่าพลังของเธอยังสามารถทำสิ่งอื่นได้มากกว่าที่คิด อย่างการพาบางสิ่งบางอย่างจากปรโลกกลับมายังภพคนเป็น ทำให้เธอตกเป็นเป้าหมายของเหล่าวิญญาณร้ายที่ต้องการออกมาจากปรโลก นับได้ว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจมากสำหรับแฟรนไชส์โลกวิญญาณนี้
สำหรับภาคนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นการกลับมาอย่างสมเกียรติสำหรับ Insidious ที่สามารถสร้างความกดดันได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง กลิ่นอายจากภาคแรกจัดมาได้อย่างเต็มพิกัด ทั้งบรรยากาศ ฉากจั้มสแกร์ เป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์มาก ยอมรับเลยว่าใส่มาได้สะใจสุด ๆ แต่พอถึงช่วงกลาง ๆ ถึงท้ายเรื่อง กลับกลายเป็นว่าความกดดันที่ค่อย ๆ สั่งสมมากลับผ่อนลง เบาลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วไปเน้นดราม่าตามสูตร แถมยังตอนท้ายที่ทำเอาเราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ดูจบแล้วได้แต่คิดว่า "นี่มันอะไรกันครับเนี่ย!" ส่วนตัวก็ถือว่าค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย ที่ตัวบทช่วงท้าย ๆ ทำออกมาได้ค่อนข้างแผ่วเบา จนแทบไม่ได้ลุ้นอะไรมากมาย และในเรื่องของงานภาพ ยอมรับเลยว่านอกจากความสยอง บรรยากาศชวนกดดันทั้งหลายแล้ว ยังใส่ความอี๋ ชวนอ้วกเข้ามาอีกเพียบ เล่นเอาพะอืดพะอมไปหลายฉากเลยทีเดียว อันนี้ก็น่าจะนับเป็นความสยองในอีกรูปแบบ
โดยส่วนตัวแล้วถือว่าค่อนข้างผิดหวังกับภาพรวมของภาพยนตร์ Insidious ในภาคหลัง ๆ ค่อนข้างมาก อย่างภาค Out of the further นี้เองก็แอบผิดหวังไปไม่น้อยในช่วงท้าย ๆ ของเรื่อง แต่ช่วงแรกของตัวหนังถือว่าสามารถถ่ายทอดบรรยากาศ กลิ่นอาย ความกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์ออกมาได้อย่างดีเลย แต่กลับค่อย ๆ แผ่วลงในช่วงกลางเรื่อง หรือแม้แต่ช่วงไคลแมกซ์ของตัวหนัง ก็ยังไม่ได้เท่าที่ควรจะเป็น กลายเป็นว่าเจ้าผีร้ายที่ปูบทโหดมาแต่แรกนั้นหมดความหลอนไปเลย น่าเสียดายมาก ส่วนตัวว่า ปีศาจหน้าแดง ผีเจ้าสาวชุดดำ หรือเจ้าผีหายใจไม่ออกของภาค 3 ยังทำออกมาได้ดีกว่านี้มาก แต่พอภาคนี้เอามายำรวมกันเต็มไปหมด จากหลอน ๆ มันเลยดูรก ๆ ไปหมด
ความคิดเห็น (0)